ทดลอง กินยาแก้ไอ ลำไย เป่าแอลกอฮอล์ พบค่าแอลกอฮอล์พุ่งสูงปรี๊ด เสี่ยงติดคุก

 

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 61 ที่ผ่านมา ได้มีผู้ใช้เฟสบุ๊ก Non Ta Nan ได้โพสต์คลิปทดลองกินลำไยประมาณ 10 ลูก แล้วลองตรวจวัดแอลกอฮอล์ ว่าจะมีประมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายเท่าไหร่ ซึ่งพอเห็นผลตรวจทำเอาตกใจหนักมาก เพราะมีระดับแอลกอฮอล์ กว่า 70 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดที่ต้องไม่เกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ และอีกหนึ่งคลิป ก็ได้ลองกินยาแก้ไอ แล้วตรวจวัดแอลกอฮอล์ พบว่ามีระดับแอลกอฮอล์มากกว่า 350 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์

Non Ta Nan โพสว่า

ไม่เชื่อใครง่ายๆแบบนี้ต้องพิสูจน์.!! ยาแก้ไอปะทะลำใย เป่าขึ้นมั้ย เครดิต@Non Ta Nan


ด้าน รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยผ่านอัมรินทร์ทีวีว่า แอลกอฮอล์สามารถเกิดขึ้นได้จากผลไม้จำพวกที่มีรสหวาน ฉ่ำน้ำ เช่น ลำไย ลิ้นจี้ เงาะ และสับปะรด เป็นต้น ถ้าหากมีการตัดออกจากต้นแล้วนำมาเก็บไว้ ก็จะทำให้ผลไม้มีปฏิกิริยาเปลี่ยนให้มีแอลกอฮอล์เกิดขึ้นมาได้ แต่ปริมาณไม่มาก

ทั้งนี้ ถ้าเทียบกับพื้นฐานของการเป่าตรวจจับแอลกอฮอล์แล้ว การกินลำไยหรือผลไม้ที่มีรสหวานฉ่ำน้ำ ไม่ถึงเกณฑ์ที่ตั้งไว้ เพราะรายละเอียดของกฎหมายคือ ห้ามผู้ขับขี่รถทุกประเภท ยกเว้นรถรางกับรถไฟ เมาสุราในขณะขับรถ และความหมายของเมาสุรา คือ มีปริมาณแอลกอฮอล์ในกระแสเลือดเกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ถ้าเจ้าหน้าที่ตำรวจสงสัยว่าเมาสุราสามารถสั่งให้หยุดรถและสั่งให้เป่าเครื่องวัดแอลกอฮอล์เพื่อตรวจได้ แต่การกินลำไยที่ถูกตัดออกจากต้นมาทิ้งไว้ ไม่ถึง 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ถึงจะกินเยอะแค่ไหนก็ตาม

ส่วนวิธีการแก้ไขคือ หลังจากกินลำไยแล้ว ก็ให้กินน้ำตาม หรือกลั้วปาก แล้วพักไว้สัก 4-5 นาที แอลกอฮอล์ที่เกิดจากผลไม้ก็จะหายไป เพราะไม่ใช่แอลกอฮอล์ที่อยู่ในเลือดเหมือนการดื่มเหล้าหรือสุรา

ขอขอบคุณข้อมูลจาก Non Ta NanAMARIN TVHD

(Visited 90 times, 1 visits today)

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *