(สนพ.) กำลังศึกษายกเลิกการจำหน่ายแก๊สโซฮอล์ 91

ถือว่าเป็นข่าวร้ายเลยไม่น้อยสำหรับผู้ที่ใช้น้ำมัน แก๊สโซฮอล์ 91 ซึ่งเป็นที่พึ่งสำหรับรถเก่าที่ไม่สามารถใช้น้ำมันอื่น ๆ ได้ ตั้งแต่ที่ยกเลิกน้ำมันเบนซิน 91 ไป และน้ำมันเบนซิน 95 ก็มีราคาที่ค่อนข้างแพง แต่แล้วก็มีกระแสมาว่าตอนนี้ทาง สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) กำลังศึกษายกเลิกการจำหน่ายแก๊สโซฮอล์ 91 เดินตามรอยรัฐบาลชุดก่อน ที่ยกเลิกขายน้ำมันเบนซิน 91 ไปแล้ว

เหตุผลยกเลิกแก๊สโซฮอล์ 91 สนพ.มองว่าเพื่อให้การพัฒนาพลังงานทดแทนขยายตัวมากขึ้น เพราะหัวจ่ายน้ำมันในสถานีบริการที่เคยขายแก๊สโซฮอล์ 91 จะว่างลง แล้วนำน้ำมัน อี85 มาใส่แทน ซึ่งปัจจุบันมีหัวจ่ายน้อยจะได้เพิ่มขึ้น

ยกเลิกการจำหน่ายแก๊สโซฮอล์ 91

อันที่จริงแนวคิดเรื่องการยกเลิกน้ำมันแก๊สโซฮอล์91 หรือชื่อเต็มๆ คือ “แก๊สโซฮอล์ อี10 ออกเทน 91” มีการศึกษาเมื่อ 3 ปีก่อนแล้ว แต่เป็นไปอย่างคร่าวๆ ยังไม่ใช่ผลสรุปเชิงลึก เพราะยังไม่มีการหารือร่วมกับผู้ประกอบการโรงกลั่น และผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7

คราวนี้จึงนำมาปัดฝุ่นอีกครั้ง จริงจังมากขึ้น โดยมอบให้ สนพ.และกรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) เป็นเจ้าภาพในการจ้างที่ปรึกษา และหารือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง
โจทย์ของรัฐบาลก็คือ ทำให้การใช้น้ำมันของไทยมีประสิทธิภาพ และมีชนิดน้ำมันที่ไม่หลากหลายชนิดเกินไป เช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ ในโลกจากการประเมินเบื้องต้นของ สนพ. หากยกเลิกน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 จะมีทั้งผลดีและผลเสีย

ผลดีที่เห็นชัดคือ การขนส่งไม่ยุ่งยาก สามารถขนส่งได้ต่อครั้งปริมาณมากขึ้น และยังทำให้ผู้ค้าน้ำมันเปลี่ยนหัวจ่ายไปจำหน่ายน้ำมัน อี85 ง่ายขึ้นส่วนผลเสียอาจทำให้โรงกลั่นน้ำมันได้รับภาระจากการยกเลิกผลิตน้ำมันชนิดดังกล่าว

แต่สำหรับชาวบ้านคนใช้รถอาจต้องตั้งคำถามว่าเหตุใดจึงต้องการยกเลิกน้ำมันที่มีราคาถูก 35.78 บาทต่อลิตร แทนที่จะยกเลิกน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 ซึ่งมีราคาสูงกว่า คือ 37.80 บาทต่อลิตร แบบนี้บีบให้ต้องใช้ของแพงหรือเปล่า ?

มีคำตอบจาก “มนูญ ศิริวรรณ” นักวิชาการด้านพลังงาน อดีตผู้บริหาร บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ให้ความเห็นว่า แม้จะยกเลิกน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 แต่ผู้บริโภคยังมีทางเลือกขึ้นอยู่กับความพอใจ คือ ใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 แพงกว่าเดิมแต่คุณภาพดีกว่า หรือใช้น้ำมัน อี20 และอี85 โดยเฉพาะน้ำมัน อี20 มีส่วนผสมของออกเทนเช่นเดียวกับแก๊สโซฮอล์ 95 แต่ราคาถูกกว่าไม่น้อย คือ 33.98 บาทต่อลิตร

การเปลี่ยนแปลงนี้ยังช่วยลดชนิดน้ำมันของประเทศให้ลดลง จากปัจจุบันไทยถือเป็นประเทศที่มีชนิดน้ำมันมากที่สุดของโลก จนผู้ค้าน้ำมันทั้งไทยและต่างชาติท้วงติงมาตลอดหลายปี ส่วนความกังวลเรื่องโรงกลั่น นักวิชาการด้านพลังงานรายนี้ชี้ว่า มีผลกระทบเล็กน้อย คือส่วนผสมน้ำมันเบนซิน อาทิ แนฟทา ในการผลิตน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 อาจต้องหันไปส่งออกแทน แต่เชื่อว่าจำนวนไม่มาก ไม่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมโรงกลั่นของประเทศแน่นอน

สุดท้ายคุณมนูญค่อนข้างมั่นใจว่า การยกเลิกแก๊สโซฮอล์ 91 จะส่งผลดีมากกว่าผลเสีย เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่ามีผลดีมากกว่าผลเสียจริงหรือไม่ ไปสำรวจเปรียบเทียบปริมาณการจำหน่ายน้ำมันกลุ่มเบนซินช่วง 8 เดือนของปีนี้ (มกราคม-สิงหาคม) กับตัวเลขย้อนหลัง 2 ปี

แม้จะพบว่า ชนิดน้ำมันกลุ่มเบนซินที่คนไทยนิยมเติมมากที่สุด คือ แก๊สโซฮอล์ 91 เนื่องจากระดับราคาที่ถูกกว่าน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 ประกอบกับความเชื่อว่า แก๊สโซฮอล์ 91 ประสิทธิภาพดีกว่า สิ้นเปลืองน้ำมัน น้อยกว่าน้ำมันอีก 2 ชนิดที่รัฐบาลกำลังสนับสนุน คือ น้ำมัน อี20 และน้ำมัน อี85

แต่จากสถิติช่วง 2 ปีหลังคือ ระหว่างปี 2555-2556 จนถึง 8 เดือนแรกปีนี้ พบว่าน้ำมัน 2 ชนิดหลัง มีการใช้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แม้จะมีปริมาณไม่มาก เพราะหัวจ่ายน้อย แต่หากคิดเป็นสัดส่วนต้องถือว่าเติบโตแบบก้าวกระโดด ดังนี้

น้ำมัน อี20 ช่วง 8 เดือนของปีนี้ ปริมาณการใช้เฉลี่ย 3.5 ลิตรต่อวัน ขณะที่ปี 2556 ปริมาณการใช้เฉลี่ยอยู่ที่ 2.638 ลิตรต่อวัน และปี 2555 ปริมาณการใช้เฉลี่ยอยู่ที่ 1.002 ลิตรต่อวัน

น้ำมัน อี85 ช่วง 8 เดือนของปีนี้ ปริมาณการใช้เฉลี่ย 0.8-0.9 ลิตรต่อวัน ขณะที่ปี 2556 ปริมาณการใช้เฉลี่ยอยู่ที่ 0.385 ลิตรต่อวัน และปี 2555 ปริมาณการใช้เฉลี่ยอยู่ที่ 0.098 ลิตรต่อวัน จึงเป็นแรงจูงใจหนึ่งที่อาจทำให้รัฐบาลเชื่อว่า ถ้ายกเลิกน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 แล้ว คนไทยยังมีทางเลือกที่ถูกกว่า

สำหรับผู้ใช้ทั่วไปอย่างเรา ๆ ชาวบ้านตาดำ ๆ ก็คงต้องปรับตัวกันต่อไป เพื่อน ๆ เพื่อน ๆ ชาว autocarnano มีความคิดเห็นอย่างไรบ้างหากจะมีการยกเลิกการจำหน่าย แก๊สโซฮอล์ 91 จริง ๆ !!

ที่มา : Matichon

(Visited 132 times, 1 visits today)

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *