ฝนตก ให้ความสำคัญ ใบปัดน้ำฝน

ใบปัดน้ำฝน

ใบปัดน้ำฝน ถือเป็นชิ้นส่วนสำคัญของรถ เพราะไม่รู้ว่าวันดีคืนดี ฝนจะตกลงมาเมื่อไหร่ เพื่อป้องกันปัญหาและอุบัติเหตุระหว่างการเดินทาง วันนี้เรามีทปส์ดีๆ เกี่ยวกับ ‘ใบปัดน้ำฝน’ มาฝากดังนี้ค่ะ

ขอบคุณ ข้อมูล ImperialConcept มืออาชีพด้านไฟแต่งรถยนต์

โดยปกติแล้วอายุการใช้งานตามปกติของใบปัดน้ำฝนจะอยู่ที่ประมาณ 12 – 18 เดือน แต่ส่วนใหญ่ผู้ใช้รถยนต์ทั่วไปจะละเลยการ เปลี่ยนใบปัดน้ำฝนแม้ใบปัดน้ำฝนจะ เสื่อมสภาพแล้วก็ตาม

ซึ่งการใช้ใบปัดน้ำฝนที่เสื่อมสภาพนั้นอาจจะส่งผลเสียไปถึงชิ้นส่วนอื่นๆได้ อีกเช่น กระจกหน้ารถ เป็นต้น นอกจากนั้นหากใช้ใบปัดน้ำฝนที่เสื่อมสภาพในช่วงที่ฝนตกหนักจะยิ่งทำให้ทัศน วิศัยในการขับขี่แย่ลง (จากเดิมที่ก็แย่อยู่แล้ว) ซึ่งอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้

คราวนี้เรามาทำความเข้าใจกันก่อนนะครับว่าปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้ใบปัดน้ำฝนเเสื่อมสภาพ

ปัจจัยที่ทำให้ใบปัดน้ำฝนเเสื่อมสภาพ

ความร้อนจากแสงแดดที่ส่องลงสะสมอยู่ในกระจก ซึ่งจะทำให้ใบปัดน้ำฝนที่ทำจากยาง กรอบ เสียความยืดหยุ่นและเสื่อมคุณภาพลงเรื่อยๆ
จากการใช้งานเช่น กรณีที่ฝุ่นจับกระจกมากแล้วเปิดให้ที่ปัดน้ำฝน (โดยไม่ได้ใช้น้ำฉีดกระจกก่อน) ซึ่งจะทำให้ตัวกระจกเองจะเป็นรอยเส้นๆส่วนที่ยางปัดน้ำฝนก็จะเกิดความสึกหรอ ขึ้นได้ เหมือนการเอากระดาษทรายไปขัดกระจกและยางปัดน้ำฝนนั่นแหละครับ

ทีนี้เราจะมีวิธีการสังเกตอย่างไร ถึงจะรู้ว่าได้เวลาที่จะต้องเปลี่ยนใบปัดน้ำฝนสักที เราสามารถสังเกตลักษณะของใบปัดน้ำฝนที่เสื่อมสภาพง่ายๆได้ดังนี้

ปัดน้ำฝนไม่สะอาด ลักษณะของการปัดน้ำฝนไม่สะอาดเนื่องจากการใช้ใบปัดน้ำฝนที่เสื่อมสภาพหรือติ ตั้งผิดวิธี คือ เกิดละอองน้ำเป็นสันครึ่งวงกลมหรือแถบเส้น หลังจากที่ปัดกระจกแล้วยังมีละอองน้ำเป็นเส้นสันครึ่งวงกลม หรือเป็นม่านบนกระจกและมัว เกิดจากการใช้ยางปัดที่มีอาการแข็งจนกรอบแตก ทำให้ไม่สามารถปาดน้ำจากหน้า กระจกได้สะอาดไม่สามารถจะรีดเอาน้ำออกจากกระจกใด้หมด

มีเสียงดังรบกวน ใบปัดจะมีเสียงดังเอี๊ยดๆและมีอาการกระตุกขณะทำงานซึ่งเกิดจากการเสียดสีระหว่างใบปัดน้ำฝนกับหน้ากระจก

เกิดอาการลมยกหรือก้านสั่น เกิดจากการติดตั้งผิดวิธี หรือเนื้อยางปัดน้ำฝนเสื่อมสภาพ

อย่านึกว่าถึงจะปัดได้ไม่หมดแต่ก็ปัดได้นะครับ เวลาเราขับรถบนทางด่วนหรือไปต่างจังหวัด น้ำที่กระเด็นมาจากรถรอบข้างที่เต็มไปด้วยโคลนจะทำให้คุณมองทางไม่เห็นเลยนะ ครับ

ส่วนถังน้ำที่ใช้สำหรับฉีดกระจกนั้นความจริงแล้วก็ไม่จำเป็นที่จะต้องหา น้ำยาอะไรมาผสมลงไป แต่ถ้าท่านต้องการจะ ให้กระจกสะอาดขึ้นเวลาฉีดล้างกระจกที่มีละอองน้ำมัน-เขม่าควันต่างๆ ก็ลองหามาเติมดูสักนิดก็ได้แต่ต้องระวังอยู่อย่างหนึ่งว่าน้ำยาที่เติมลงไป นั้นจะต้องไม่เป็นอันตรายกับสีของรถ และเวลาเติมจะต้องผสมกับน้ำให้เข้ากันเสียก่อนที่จะ เติมลงในถังส่วนอีกปัญหาที่พบบ่อยก็คือ เวลาที่ต้องการฉีดน้ำล้างกระจกหน้า แต่น้ำที่พุ่งออกมากลับไปคนละทาง หรือไม่ก็ไปฉีดโดนรถคันข้างๆบ้างหรือฉีดไม่ออกแค่ไหลเอื่อยๆอยู่ที่ปากท่อ เท่านั้นถ้าเป็นอย่างนี้ก็ไม่ต้องตกใจเพราะท่านเพียงแค่ตั้งรูหัวฉีดเสีย ใหม่ ให้ตรงกับหน้ากระจกเท่านั้นวิธีตั้งก็ไม่ยากแค่หาเข็มหรือจะเป็นปลายไม้ แหลมๆ เสียบเข้าไปที่รูฉีดน้ำแล้วดัดไปทางที่ต้องการโดยลองฉีดน้ำดูเรื่อยๆ เท่านี้ท่านก็ จะได้ล้างกระจกหน้าได้อย่างที่ตั้งใจแล้วยังเป็นการทำความสะอาดหัวฉีดไปใน ตัวด้วย

(Visited 328 times, 1 visits today)

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *