เน้นคุมมาตรฐานศูนย์ฯ รถติดก๊าซLPG และยังจดทะเบียนได้

สมาคมธุรกิจก๊าซรถยนต์ไทยยื่นจดหมายเปิดผนึกขอความชัดเจน เพียงเน้นต้องควบคุมมาตรฐานศูนย์ติดตั้ง เพื่อความปลอดภัยของประชาชน จาก รถติดก๊าซLPG รมว.พลังงานยันรถติดก๊าซแอลพีจียังจดทะเบียนได้เหมือนเดิม  ขณะที่ตัวแทนผู้ประกอบการเห็นสอดคล้อง ปัญหาไฟไหม้ไม่ได้มาจากก๊าซแอลพีจี แต่เกิดจากมาตรฐานระบบและอุปกรณ์ อู่ติดตั้งไม่ชำนาญ และผู้ใช้ขาดความรู้ เผยทั่วโลกนิยมใช้มากกว่า 23 ล้านคัน

นายสุรศักดิ์เปิดเผยว่า จากผลการสำรวจข้อมูลของ World LP Gas Association (WLPGA) พบว่าในช่วง 25 ปีที่ผ่านมาธุรกิจก๊าซ LPG มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มที่จะเติบโตต่อไปอีกหลายปี โดยตัวเลขการใช้งานก๊าซแอลพีจีในปี 2554 มีปริมาณการใช้ก๊าซแอลพีจี ในประเทศจีน เกาหลีใต้ ซาอุดิอาราเบีย ญี่ปุ่น และอินเดีย โดยเฉพาะความต้องการใช้และการขยายตัวของกลุ่มยานยนต์ที่ใช้ก๊าซแอลพีจี(Autogas) มีปริมาณการใช้ทั่วโลกสูงถึง 23.7 ล้านตัน สูงขึ้นร้อยละ 3 จากปีก่อน

ทั้งนี้ไม่เพียงรถยนต์ติดตั้งก๊าซแอลพีจี จะเป็นที่นิยมในหลายประเทศ ยังพบอีกว่าในอังกฤษนอกจากประชาชนจะนิยมใช้ก๊าซแอลพีจีแล้ว สมเด็จพระราชินีนาถ อลิซาเบทที่ 2 แห่งราชวงศ์อังกฤษ ยังทรงใช้ก๊าซแอลพีจีในรถยนต์พระที่นั่งส่วนพระองค์มากว่า 10 ปี ด้วยคำกล่าวของพระองค์ที่ว่าแอลพีจีถูกและสะอาดกว่าการใช้น้ำมัน และในอังกฤษนั้นมีสถานีปั้มก๊าซแอลพีจี สำหรับรถยนต์กว่า 1.5 พันสถานี เพื่อรองรับจำนวนรถยนต์ติดก๊าซแอลพีจี ที่สูงถึง 1.65 แสนคัน และรัฐบาลอังกฤษยังสนับสนุนการใช้ก๊าซแอลพีจีในรถยนต์นั่งส่วนบุคคล โดยให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเชื้อเพลิงสำหรับรถที่ใช้ก๊าซแอลพีจี ที่ถูกกว่าภาษีเชื้อเพลิงประเภทน้ำมัน(Petrol) ด้วย

“ปัจจุบันผู้ประกอบการติดตั้งก๊าซแอลพีจีในไทย มีการนำเทคโนโลยีทันสมัยจากต่างประเทศ เข้ามาให้บริการติดตั้งก๊าซแอลพีจีมากขึ้น และศูนย์บริการติดตั้งแก๊สมีมาตรฐานมากขึ้น เทียบเท่าศูนย์บริการรถยนต์ ขณะเดียวกันยังได้รับการยอมรับในมาตรฐานระดับโลก ดังนั้นจึงควรส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนเลือกใช้ผู้ประกอบการที่ได้มาตรฐานและมีใบอนุญาตฯ มากกว่าจะใช้วิธียกเลิก ด้วยการไม่รับจดทะเบียนรถที่ใช้ก๊าซแอลพีจีเป็นเชื้อเพลิง” นายสุรศักดิ์กล่าว

นายสุรศักดิ์ นิตติวัฒน์ นายกสมาคมธุรกิจก๊าซรถยนต์ไทย เปิดเผยว่า สมาคมธุรกิจก๊าซรถยนต์ไทยได้ยื่นหนังสือเปิดผนึกต่อนายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน , พลตำรวจเอกวิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ปลัดกระทรวงคมนาคม , รองปลัดกระทรวงพลังงาน และอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อคัดค้านแนวคิด หรือนโยบายที่จะยกเลิกการรับจดทะเบียนรถยนต์ที่ใช้ระบบก๊าซแอลพีจี และขอความชัดเจนในการดำเนินธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการต่างๆ ที่อยู่ในอุตสาหกรรมก๊าซรถยนต์ของประเทศไทย ที่ปัจจุบันได้รับผลกระทบจากกรณีที่รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานมีแนวคิดจะยกเลิก ไม่รับจดทะเบียนรถที่ใช้ก๊าซแอลพีจีเป็นเชื้อเพลิง สาเหตุที่ส่งผลให้รถติดตั้งระบบก๊าซแอลพีจีเกิดอุบัติเหตุไฟไหม้

(Visited 148 times, 1 visits today)

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *