ปตท.ลุยตลาด E20

E20 ยังมีความเชื่อว่า เป็น สมรรถนะ-สิ้นเปลือง สาเหตุหลักๆ ก็คล้ายๆ กับช่วงการเริ่มต้นของ แก๊สโซฮอล์91 แก๊สโซฮอล์95 หรืออี10 นั่นคือความไม่มั่นใจในเรื่องความเสียหายตัวกับเครื่องยนต์ สมรรถนะเครื่องยนต์ และอัตราสิ้นเปลือง ทั้งการกินเชื้อเพลิงมากกว่าปกติ หรือความคิดว่า ระเหยไว นั่นเอง

จากข้อมูลการจดทะเบียนพบว่าถึงปัจจุบันรถที่สามารถใช้อี20 ได้ มีจำนวนกว่า 1 ล้านคัน ต้องการเชื้อเพลิงอยู่ที่ 195 ล้านลิตร/เดือน ความต้องการเชื้อเพลิงอยู่ที่ 195 ล้านลิตร/เดือน แต่ว่าจากการสำรวจของผู้จำหน่ายเชื้อเพลิงตัวนี้ พบว่า ทั้ง ปตท.และบางจากมียอดขายรวมกัน 21 ล้านลิตร/เดือนเท่านั้น หรือประมาณ 11%

ล่าสุด ปตท.ได้จัดกิจกรรมทดสอบเชื้อเพลิงกับสื่อมวลชนสายยานยนต์ เพื่อพิสูจน์ความเหมือน ความต่าง ทั้งด้านความรู้สึก และการวัดอัตราสิ้นเปลือง การทดสอบอัตราเร่ง โดยนำรถยนต์หลากหลายกลุ่ม ประกอบด้วย เมอร์เซเดส-เบนซ์ ซี-คลาส, บีเอ็มดับเบิลยู เอ็กซ์1, วอลโว่ เอส 60, โตโยต้า คัมรี่ ไฮบริด, ฮอนด้า ซีวิค, มาสด้า3, นิสสัน อัลเมร่า และมิตซูบิชิ มิราจ รุ่นละ 2 คัน โดยเติมเชื้อเพลิงต่างกัน คันหนึ่งเติมแก๊สโซฮอล์95 และอีกคันเติมอี20  ทดสอบขับขี่ทั้งในถนนเส้นทางหลวง กรุงเทพฯ-หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และทดสอบในสนามแข่งรถ ที่ อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี โดยไม่แจ้งว่ารถยนต์คันใดเติมเชื้อเพลิงชนิดใด เพื่อสอบถามความรู้สึกของผู้ขับขี่ในเรื่องอัตราเร่งว่าแตกต่างกันหรือไม่ นอกจากนั้นก็ยังประเมินผลด้วยการวัดอัตราสิ้นเปลืองตลอดการทดสอบว่าแตกต่างกันมากน้อยเพียงใด ซึ่งเชื่อว่ากิจกรรมนี้จะเป็นการตอบคำถามผู้บริโภคที่ยังมีความสงสัยได้เป็นอย่างดี


นายสรัญ รังคสิริกล่าวว่า ปตท.มั่นใจว่า อี20 ซึ่งในส่วนของ ปตท. มีชื่อเรียกว่า พีทีที บลูอินโนเวชั่น อี20 ไม่ด้อยไปกว่าเชื้อเพลิงตัวอื่นในเรื่องของกำลังเครื่องยนต์ เพราะมีค่าออกเทนสูงกว่า เนื่องจากน้ำมันพื้นฐานที่นำมาใช้คือเบนซิน91 ดังนั้นเมื่อนำมาผสมกับเอทานอลซึ่งมีออกเทนสูงกว่าเบนซินมาก ทำให้แก๊สโซฮอล์อี20 มีค่าออกเทนสูงในระดับ 98-99

(Visited 100 times, 1 visits today)

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *